เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองฯ

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : อีกหนึ่งแนวคิดของการดูแลและการจัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย 

รศ.ดร.จีระพันธุ์  พูลพัฒน์  (พ.ศ. 2550)

              การประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทำให้เกิดการตื่นตัวในการปฏิรูปการศึกษาของสถานศึกษาระดับต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาดูแลรับผิดชอบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัยขึ้นไป โดยที่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นสถานศึกษาประเภทหนึ่งที่ให้การดูแลและจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย ในช่วงอายุ 3 – 5 ปี ซึ่งแต่ละแห่งอาจจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของอายุเด็กที่มีความแตกต่างกันไปตั้งแต่  2 – 7 ปี
              ผลของการวิจัยและข้อมูลใหม่ๆ ที่ได้นำมาเผยแพร่ในปัจจุบันทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาโดยเฉพาะการจัดการศึกษาปฐมวัย ต้องกลับมาพิจารณาถึงการนำเสนอรูปแบบการจัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับพัฒนาการด้านต่างๆ และมุ่งให้เด็กได้เจริญเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ และพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้สนับสนุนให้ผู้ที่ทำงานในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้พัฒนาตนเองให้เกิดความเข้าใจในการทำงานกับเด็ก โดยจัดการอบรมผู้ดูแลเด็กด้วยหลักสูตร 7 วัน ที่เป็นหลักสูตรระยะสั้นและเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยได้ความรู้ทั้งในส่วนของการดูแลและการจัดการศึกษาให้แก่เด็กได้อย่างเหมาะสม และรัฐบาลเองได้มีนโยบายสนับสนุนด้วยงบประมาณในการพัฒนาคนและพัฒนาศูนย์ต่างๆ ได้จัดให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบในแต่ละจังหวัด เพื่อให้เป็นตัวอย่างและเป็นส่วนกระตุ้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำงานกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศคิดปรับพัฒนางานที่รับผิดชอบโดยเห็นแนวทางในการปฏิบัติได้จริงจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบเหล่านั้น
              หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาของท้องถิ่นหลายแห่งได้แสวงหาความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เพื่อให้เข้ามาช่วยในการพัฒนาการเรียนการสอนในระดับการศึกษาปฐมวัยให้ทั้งในส่วนที่เป็นระบบโรงเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
              เทศบาลเมืองกระบี่มีนโยบายด้านการพัฒนาชุมชน คือ การสร้างสังคมที่มีความรัก ความอบอุ่น ความสามัคคี เพื่อสร้างชุมขนสู่ความเข็มแข็ง การดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อให้ได้ประชาชนที่มีคุณภาพ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความเป็นระเบียบวินัย ประพฤติปฏิบัติตนตามกฎหมายมีคุณธรรม จริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในการดำเนินชีวิตโดยมีแนวทางสำคัญ ประการหนึ่ง คือ การให้การศึกษาตั้งแต่เยาว์วัย เป็นการปลูกฝังให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในตนเอง เกิดความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคม และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการบ้านเมืองตามหลักของการปกครองส่วนท้องถิ่น
              แนวคิดพื้นฐานดังกล่าวข้างต้น ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนปานุราช ภายใต้การบริหารงานของ กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองกระบี่ โดยคุณกฤษดา  สถิตย์ภาคีกุล ผู้รับผิดชอบในขณะนั้น ได้ขอความร่วมมือจากสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพัฒนาการเรียนการสอนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในช่วงปีการศึกษา 2547 และ 2548
              ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนปานุราช ตั้งอยู่ที่ 2 ถนนชัยกุล ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการอบรมเลี้ยงดูเด็กอายุระหว่าง 2 – 3 ขวบ ให้มีคุณลักษณะตามวัยและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามปรัชญาของศูนย์ คือ “พัฒนาการดี มีวินัย จิตแจ่มใส งามมารยาทไทย” และมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีลักษณะดังต่อไปนี้
              1)   มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ เจริญเติบโตตามวัย มีพฤติกรรมอนามัยที่เหมาะสม
              2)   มีสุขภาพจิตดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุขและมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
              3)   ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมตามวัย
              4)   เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
              5)   มีความสามารถในการใช้ภาษาได้เหมาะสมตามวัย
              6)   มีความสนใจต่อการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว
              เอกสารของศูนย์ฯ ได้ระบุแนวการอบรมเลี้ยงดูเด็กเอาไว้ที่ทำให้มองเห็นวิธีการทำงานกับเด็ก สาระที่นำเสนอไว้มีดังนี้
              1)   จัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกอาคารในลักษณะที่ส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้และสภาพบรรยากาศให้อบอุ่น คล้ายบ้าน
              2)   ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กโดยเน้นความสำคัญของกิจวัตรประจำวัน
              3)   สนับสนุนให้เด็กได้เล่นทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม
              4)   สร้างนิสัยและส่งเสริมให้รักการอ่าน
              5)   ส่งเสริมให้เด็กเล่นกับวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ
              6)   ฝึกการใช้ประสาทสัมผัสและประสานสัมพันธ์
              7)   จัดอาหารที่เหมาะสมกับวัยตามหลักโภชนาการ

การปฏิบัติจริงเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน
             
เนื่องด้วยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนปานุราช มีปรัชญา วัตถุประสงค์ และแนวการอบรมเลี้ยงดูที่ปฏิบัติอยู่แล้ว ดังนั้นการดำเนินงานจะเป็นการพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่ได้ปฏิบัติอยู่เดิม แนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกันมีประเด็นหลักๆ ดังนี้
              1.   สำรวจข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับครู ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สภาพชุมชน และความต้องการในการพัฒนาครู
              2.   สังเกตการจัดการเรียนการสอนตามสภาพจริง และประชุมครูเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพทั้งภายนอกและภายในห้องเรียนและการปฏิบัติหน้าที่ของครูในขณะทำงานกับเด็ก ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ครูจากการสังเกตของวิทยากร
              3.   การประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับหลักการสำคัญๆ ในการทำงานกับเด็กปฐมวัยและนำเสนอแนวคิดต่างๆ ในการจัดการศึกษาปฐมวัยที่เน้นการพัฒนาการเด็กตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
              4.   คณะครู ศึกษาดูงานโรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็กที่จัดการดูแลให้การศึกษาแก่เด็กตามแนวคิดต่างๆ
              5.   คณะครู สรุปความสนใจในการพัฒนาการเรียนการสอนของศูนย์
              6.   จัดตารางการประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่ครูตามแนวคิดที่สนใจ สิ่งที่คณะครูสนใจ คือ การสอนแบบมอนเตสซอรี่ และการสอนโดยใช้ศูนย์การเรียน
              7.   จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับแนวคิดที่สนใจ และสอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น มีการตรวจแก้ไขทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ และช่วงเวลาที่นิเทศการสอน
              8.   วิทยากรนิเทศการสอนตามช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมให้คำแนะนำรวมทั้งร่วมในการปฏิบัติการสอนกับครู วางแผนการจัดชั้นเรียน และการปฏิบัติที่เหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล สำหรับการประเมินพัฒนาการเด็ก
              9.   เสริมความรู้ให้แก่ครูตามความต้องการทุกครั้งที่พบทั้งจากการที่ครูมาศึกษาดูงานสถานศึกษาต่างๆ และในช่วงเวลาที่นิเทศการสอน
              10. ติดต่อประสานงานตลอดเวลา เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ครูในการทำงานกับเด็กปฐมวัยในความรับผิดชอบ
              ข้อสังเกตจากการทำงานร่วมกัน การพัฒนาการเรียนการสอนรวมถึงการพัฒนาสภาพแวดล้อม ทางกายภาพทั้งภายนอกและภายในห้องเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนปานุราชทำได้เป็นระบบและทำได้รวดเร็ว ครูได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ได้รับความรู้ทั้งจากวิทยากร การศึกษาดูงาน การทดลองปฏิบัติ และได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การดำเนินการเป็นไปได้อย่างเหมาะสม

การสอนแบบมอนเตสซอรี่
             
ผู้ริเริ่มคือ ดร.มาเรีย  มอนเตสซอรี่ (คศ. 1870 – 1952) เป็นแพทย์สตรีคนแรกของอิตาลี ได้คิดวิธีการสอนเพื่อให้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาเมื่อ ค.ศ. 1898 ต่อจากนั้นได้พัฒนาการสอนเพื่อเด็กปกติเมื่อปี ค.ศ. 1900 และใช้เวลาทดลองสอนเป็นเวลา 7 ปี จนถึงปี ค.ศ. 1907 จึงได้นำแนวคิดมาปฏิบัติกับเด็กปกติ และได้มีการเผยแพร่ความรู้การสอนแบบมอนเตสซอรี่ไปทั่วโลก และขยายตัวอย่างรวดเร็วจากผลของการสอนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้รับการพิสูจน์มาเป็นเวลายาวนาน
              หลักสูตรการสอนแบบมอนเตสซอรี่ เป็นไปตามปรัชญาและหลักการของการสอน 5 ประการ คือ 1) เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือ 2) เด็กมีจิตที่ซึมซาบได้ 3) ช่วงเวลาหลักของชีวิต 4) การเตรียมสิ่งแวดล้อม และ 5) การศึกษาด้วยตนเอง การสอนแบบมอน